เล่าสู่กันฟัง 41 วันในภูฏาน

21-28 October 2017 Private Cultural Trip
1-6 April 2018 solo cultural trip
19 October – 1 november 2018 private cultural trip
6-18 december 2018 southern bhutan surveying FAM trip

ภูฏาน ดินแดนสโลไลฟ์ ภายใต้ออกซิเจนบริสุทธิ์ การได้เที่ยวภูฏาน ถือเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน

“หิมาลัย” “กษัตริย์จิกมี่” “วัดทักซัง” “พระทิเบต” “ทาคิน” “อาหารปลอดสารเคมี” “คาร์บอนไดออกไซด์ติดลบ”

“รูปภาพที่ถ่ายมาหลายต่อหลายใบ ไม่อาจเทียบเท่าการได้เป็นเห็นและสัมผัสด้วยตาตัวเอง.. ภูฏาน ประเทศที่ต้องมาด้วยตัวเองจริงๆ” คำพูดของเพื่อนๆ ที่ได้ไปเยือนภูฏานพร้อมกับเรา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

ภูฏาน ไปง่ายๆ แค่มีตังค์จ่ายค่าทัวร์

ราคาแพงหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มเกินคุ้ม เป็นประสบการณ์ที่ชีวิตนี้ ต้องมีซักครั้ง

การเยือนภูฏานของเหล่านักเที่ยวอายุเกินกว่า 45 ขวบ มักเอ่ยถึงดินแดนนี้ว่า “เหมือนได้ย้อนวัยกลับสู่อดีต ครั้งที่ตนยังเด็ก” แต่สำหรับพวกเราวัยหนุ่มสาว ยี่สิบปลายๆ สามสิบต้นๆ แล้ว ที่นี่ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ให้ไปกัน

สาว สาว สาว ณ ที่นั่งพักตากอากาศ ชมวิวเมืองทิมพูทั้งเมือง
เอ็กครูซีฟมาก ..บอกตรง (ชุดที่ใส่ราคาหลายหมื่นบาทนาจา)

ความสนุกเล็กๆ อยู่ที่เราคิดบวกอยู่เสมอ เพราะเรา..

  • รู้จักภูฏานจากเพื่อนชาวภูฏานที่มาเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน
  • รู้จักกษัตริย์ของเค้าผ่านสื่อต่างๆ ที่ท่านนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปปฏิบัติต่อประเทศ
  • รู้จักภาพวัดอะไรก็ไม่รู้ที่สร้างบนภูเขาสูงๆ สวยๆ ผ่านสื่อการแนะแนวไปฝึกงานที่ไม่ตรงกับสายที่เราเรียน (มารู้ภายหลัง ว่าชื่อ Taktsang Monastery)

พออยากไปและจองทัวร์ไปแล้ว ก็เพิ่งได้มาศึกษาจริงจังว่า ทำไมค่าทัวร์ประเทศนี้มันสูงจัง.. (เคยไปออสเตรเลีย 11 วัน ก็ใช้ตังค์เที่ยวไม่เกิน 5 หมื่นบาทนี่นา !) ประเทศอื่นอย่าง เมืองดูไบ (ยูเออี) – นิวยอร์ก (อเมริกา) – ปักกิ่ง กวางโจว ชิงเต่า (จีน) โตเกียว (ญี่ปุ่น) โซล (เกาหลี) ฮ่องกง โฮจิมินห์ ดาลัด งาจรัง นิงบิ่ง ฮานอย ซาปา (เวียดนาม) เหนือจรดใต้ของมาเลเซีย สิงคโปร์ (จาร์กาต้า ยอร์กจาร์กาต้า บาหลี) อินโดนีเซีย สังเวชนียสถาน 4 แห่ง ของอินเดียและเนปาล มัณฑะเลย์ พุกาม อินเล (พม่า) และหลายๆ ประเทศที่จองไปอยู่เองเป็นอาทิตย์ งบเพียงหลักพันถึงหมื่นบาท

แล้วก้อถึงบางอ้อว่า ที่ค่าทัวร์ค่อนข้างแพง สำหรับพนักงานกินเงินเดือนอย่างเราก็เพราะประเทศนี้มีกฎหมายการท่องเที่ยว ซึ่งมีข้อกำหนดให้ชาวต่างชาติชำระค่าทัวร์ในอัตราที่เค้าจะไม่เข้ามาเป็นภาระของประเทศ (อ่านจากเว็ปอิ้ง ที่ฝรั่งก็แอบบ่นเหมือนเรา เพราะราคาทัวร์ต่างจากการเที่ยวเองในดินแดนเอเชียใต้ และ ทั่วโลก นั่นเอง)

จากการเยือนภูฏานครั้งแรก สู่การเที่ยวเดี่ยวในภูฏานครั้งที่ 2 ไม่ถึงครึ่งปี และครั้งที่สามและสี่ตามมา อย่างไม่คาดคิด จะไม่ให้แชร์ก็ไม่ได้แล้วละ …

ภาพจากทริป 26-31 ตุลาคม 2561
ลองทายสิ ว่ามีที่ไหนบ้าง …

ทริปแรก

ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ พิชิตวัดทักซัง แห่งภูฏาน
อาการ “ดีอกดีใจอย่างออกนอกหน้า” จะประมาณนี้

ความประทับใจเกิดจากการต้อนรับ การดูแล การคุยกันแบบเพื่อนที่เหมือนไม่เคยเจอกันมานาน ความมีเสน่ห์ของภูฏาน ความศรัทธาศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าวัดวาอารามต่างๆ เราเดินทางแบบ private trip ซึ่งมีเจ้าของทัวร์ท้องถิ่น ไกด์ท้องถิ่น และคนขับท้องถิ่นไปกับเราทุกวัน ทริปเล็กๆ ของพี่ที่ทำงานและลูกชายหัวแก้วหัวแหวน 2 คนของเค้า โดยมีเราสาวอะเลิทสุดๆ ติดไปด้วย ห้องน้ำไม่ค่อยขอเข้าเท่าไร แต่เน้นถ่ายรูปทุกมุมและทุกๆ 10 นาทีของการเดินทางบนรถ แม้การเดินทางจะค่อนข้างคดเคี้ยวเหมือนเที่ยวเมืองตากและแม่ฮ่องสอนในไทย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ง่วงเลย กลับเป็นการเดินทางที่แสนพิเศษ ผ่านโค้งปุ้บ หามุมถ่ายรูปต่อทันที อยากจอดตรงไหนก็บอกคนขับ ลงรถถ่ายรูปและเดินทางต่อ แม้จะโดนนั่งหลังสุดของรถตู้แต่สปิริทการเป็นไทยทัวร์เกินร้อย (ดีนะ ที่ไม่เมารถตู้ !!!) โรงแรมที่พักหรูดูดี ขึ้นไปแตะระดับ 4-5 ดาวเชียว ห้องพักใหญ่โตเสมือนขนไปทั้งครอบครัวคนจีนนอนได้ทั้งบ้าน (ทริปดี ราคาก็สูงไปตามนั้น นาจา .. ของฟรี ไม่มีในโลก) ได้ไปหาเพื่อนภูฏานสมัยมหาวิทยาลัยตามเป้าที่วางไว้ เที่ยวเป็นงานรอง เพราะหลักๆ คือเยี่ยมเพื่อนเก่า แต่ก็โดนทางทัวร์ตามให้กลับมาที่ที่พัก เพราะเค้าเป็นห่วงเรามาก ทุกอย่างคือถ้าเราเป็นอะไรไป ทางผู้ดูแลเราและบริษัททัวร์จำเป็นต้องรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งถ้าเกิดอะไรผิดพลาดจริงๆ กฎหมายเค้าแรง บริษัททัวร์จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้เลยทีเดียว ทัวร์แรกตะลุยภูฏาน 8 วัน ได้เที่ยว 3 เมืองตามแบบฉบับนักเดินทางเยือนภูฏาน ได้แก่ เมืองพาโร ทิมพู และพูนาคา ในเดือนตุลาคม 2017

ทริปนี้ จุดประสงค์หลักคือเยี่ยมเพื่อนมหาลัย ทั้งสอง
หาวันว่าง เพราะได้ข่าวว่าเพื่อนๆ ต้องตามเสด็จอยู่กับกษัตริย์จิกมี่ เพื่อทำโปรเจคอะไรซักอย่าง

ความประทับใจครั้งนั้น นำมาซึ่งการติดต่อกันกับเพื่อนภูฏานแม้กลับประเทศแล้ว การได้รู้จักเพื่อนที่นั่งข้างๆ บนเครื่องบินถือเป็นกำไรพิเศษอีกอย่าง หลังจากนั้น เราได้รู้จักคนภูฏานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่นำพามาพบกันอีกครั้งและอีกครั้ง การได้พาชาวภูฏานเที่ยวไทย เป็นการเปิดโลกทัศน์อีกใบที่ให้เราได้เข้าสู่การเรียนมัคคุเทศก์บัตรบรอนซ์ (สามารถทำทัวร์ให้คนไทยเที่ยวในประเทศ นำเที่ยวนอกประเทศ และพาชาวต่างชาติเที่ยวไทยได้ และที่พิเศษคือบัตรไกด์มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด เวลาไปเที่ยวกัน พาเราไปด้วยสิ จะได้ทั้งลดทั้งแถมทั่วโลก) ได้รู้จักไกด์อาวุโสหลายท่าน นั่งเรียนใกล้ชิดกับครูผู้บรรยายตามสถานที่ประวัติศาสตร์ต่างๆ ทั่วเมืองไทย ซึ่งท่านเป็นปรมาจารย์หม่อมเจ้าเชื้อสายของ ร.4 และอาจารย์ไกด์ตุ๊ยนุ๊ยร่างกลมบล๊อก ท่านเป็นครูที่รักลูกศิษย์มาก สอนแล้วสอนอีก ด้วยความอยากสอน เก่งทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และงานผ้าหัตถกรรมต่างๆ สำหรับเราแล้ว มันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ และที่สำคัญคือการได้รู้จักเพื่อนต่างวัย ต่างคนจากหลากหลายที่ แต่จุดประสงค์คือการมีใจบริการ การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยว เราเป็นเสมือนตัวแทนประเทศ ครู และญาติมิตรที่สนิทที่สุดกับเหล่านักท่องเที่ยว

อาจารย์คุณชาย ท่านอาจารย์ที่พวกเราเคารพนับถือยิ่ง
ภาพระหว่างอบรมมัคคุเทศก์ในโบราณสถานต่างๆ ทั่วไทย
อาจารย์ชาลี ท่านบอกว่า “ท่านได้เก่งนะ แต่ว่าท่านเก่งมาก”
ผู้เชี่ยวชาญการฝึกพวกเราให้เป็นมัคคุเทศก์ชั้นยอด

ทริปสอง

เที่ยวคนเดียวจริงๆ นะ
แต่ก็ได้เป็นเพื่อนกับช่างภาพชาวแคนาดา ที่อยู่ด้านหลังด้วย

ทริปเดี่ยวที่เราได้เยือนดินแดนมังกรสายฟ้าอีกครั้ง จากความกรุณาของอาจารย์ไกด์ชาวภูฏาน ผู้ซึ่งมีประสบการณ์เป็นมัคคุเทศก์ที่ภูฏานมากว่า 30 ปี แล้วความสนุกเกิดตรงต้องเดินทางคนเดียว ความกังวลเล็กๆ ก็เริ่มมา (อิ้งชั้น อ้อยเปรี๊ยอะไรเช่นนี้ วันๆ ได้คุยอีเมล์ธุรกิจกับต่างชาติ และพรีเซนต์การประชุมให้เจ้านายฝรั่งรายสัปดาห์เท่านั้นเอง) เรื่องภาษาพูดปล่อยผ่านไปก่อน เพราะเรามีมือ ภาษากายที่เค้าใช้กันบนโลกมนุษย์ นำไปใช้คุยกับไกด์ท้องถิ่นและชาวภูฏานอีกหลายคน แต่อีกสิ่งหนึ่งคือการพกเสื้อผ้าไปเที่ยวเพียง 3 ชุด ได้แก่ ลองจอนห์กันหนาว เสื้อใส่ไป-กลับ และชุดนอน ซึ่งไม่ต้องกังวลไป เพราะเราได้ใส่คีร่า ชุดประจำชาติสำหรับสาวภูฏานเที่ยวประเทศเค้าทุกวัน จากความใจดีของพี่สาวชาวภูฏานที่เจอกันทริปที่แล้ว เราได้เดินทางไปไกลขึ้น สูงขึ้น เห็นวิวภูฏานที่สวยงาม หิมะบนยอดเขาสูง มีนักท่องเที่ยวน้อยมากในดินแดนแห่งนี้ แม้ว่าจะเป็นช่วง High Season ของภูฏานก็ตาม ที่แห่งนี้ สงบและฟินนนนสุดๆ จนนักท่องเที่ยวนานาชาติให้การขนานนามว่าที่คือสวิตเซอร์แลนด์ในทวีปเอเชีย อีกสิ่งหนึ่งคือได้พบเจ้านกกระเรียนคอดำจากทิเบต ตัวเดียวหลงฝูงอยู่ในภูฏาน ที่หมู่บ้านผบจิกะ ใกล้ๆ กับวัดกังเต หนึ่งในวัดใหญ่ของประเทศ จากนั้น เรามีโอกาสได้ขึ้นไปสักการะอีกหลายวัดเหนือวัดทักซัง ซึ่งเราน่าจะเป็นคนไทยคนแรกที่ไปถึงที่นั่นจากคำบอกเล่าของพระหรือลามะบนวัดนั้น ท่านบอกว่า “แค่ชาวภูฏานจะขึ้นมาที่นี่ ก็น้อยแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะขึ้นมาถึงวัดนี้ก็น้อยมากจริงๆ” (เรายังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่นเพื่อจะได้กลับไปเที่ยวภูฏานอีกครั้งและอีกครั้ง) จากนั้นก็ปีนลงทางหลังเขาวัดทักซัง สาว 1 ไกด์ trekking 2 คน สบายจ้า ไกด์ดูแลเทคแคร์เราอย่างดี ปลอดภัยหายห่วง และการได้เดินทางข้ามภูเขาเชอเลล่า สูงประมาณ 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จากเมืองพาโรไปยังเมืองฮา ทัวร์สองตะลุยเดี่ยวเที่ยวภูฏาน 6 วัน ได้เที่ยว 4 เมือง ได้แก่ เมืองพาโร ทิมพู วังดีโพรดัง และฮา ในเดือนเมษายน 2018

เรากลับถึงไทย ก็ชวนเพื่อนเที่ยวภูฏานต่อทันที ช่วงเดือนตุลาคมและธันวาคม ปีเดียวกัน .. เพราะไปคนเดียว มันเหงามาก แม้ว่าจะมีเพื่อนๆ ภูฏาน แวะเวียนมาเยี่ยมทุกคืนก็ตาม ที่เหงานี่คือเหงาปาก อยากคุยภาษาไทยบ้าง วันๆ เพื่อความคุ้มค่าในการได้มาเยือน เราเที่ยวเช้าตรู่จนมืด จะโทรกลับไทยก็ดึกไปแล้ว (เวลาที่ภูฏานช้ากว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง)

เมื่อ ท่าน ว.วชิรเมธี” จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ
“ภูฏาน : วิมานบนหลังคาโลก” ณ เอ็มโพเรียม

ทริปสาม

พี่สาว น้องสาว ความฟินๆ ก็เกิดขึ้นที่ภูฏาน

ตุลาคม เดือนที่เราได้ไปเที่ยวภูฏานเยือนอีกครั้ง ทริปนี้อยู่ยาว 14 วัน หอบกระเป๋าเสื้อผ้าไปกว่า 80 กิโลกรัม ขนกลับอีก 30 กิโลกรัม (จุ๊ๆ ปิดให้เงียบเชียวนะ) ขาไป มีทั้งของที่เพื่อนภูฏานฝากให้หิ้วไปให้หลายอย่าง เช่น ของที่เค้าขนออกไม่หมดจากครั้งที่แล้ว (ใบนี้ก็ 20 กว่ากิโลกรัมล่ะ) ยูนิโคล่ เอชแอนด์เอ็ม ทีวีซัมซุง 32 นิ้ว ฯลฯ ขากลับ ก็มีของเพื่อนคนไทยฝากซื้อและของที่ซื้อมาฝาก ทั้งน้ำแอปเปิลภูฏาน พริกแห้ง พริกสด ผลไม้ต่างๆ มากมาย

พาเพื่อนๆ ขึ้นวัดทักซังครั้งแรกในชีวิต กับ ชุดประจำชาติภูฏาน
ใครอยากได้อะไรขอให้บอก จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็ม จัดให้ได้

ภูฏาน เดือนตุลาคม ยังคงเป็นอะไรที่ฟินนนเวอร์วังมากในสายตานักท่องเที่ยวอย่างเรา เพราะมีการเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของภูฏานเช่นกัน ค่าทัวร์สูงได้อีก แต่ก็ประทับใจมากๆ เพราะเป็นช่วงที่อากาศดี กลางวันยาว เวลาเที่ยวเยอะ ดอกไม้สวย บานสะพรั่งทั้งพระราชวัง ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ทุ่งข้าวเหลืองทองอร่ามเตรียมเก็บเกี่ยว แถมได้ชมวิวเทือกเขาหิมาลัยสวยสดงดงาม สุดลูกหูลูกตา ไปช่วงนี้มันไม่หนาวมาก คนไทยพอรับได้ แม้ว่าเพื่อนๆ ภูฏานจะบอกว่าร้อนของเค้า แต่คือเย็นบ้านเรานะ ขอบคุณน้องๆ ลาดกระบังอินเตอร์ เพื่อนที่สแตมป์ฟอร์ด สาวน้อย 6 ขวบที่เป็นเด็กดีและน่ารักมากๆ พี่สาวและพี่หมอ ที่ร่วมเดินทางไปกับเรา มินิบัสคันโตกับอาจารย์ไกด์ชาวภูฏานที่มาบรรยายแบบถึงพริกถึงขิง เที่ยวเต็มอิ่ม ทัวร์วีไอพี ทริปส่วนตัว กรุ๊ปเล็กๆ ไปไหนไปกัน พอเพื่อนๆ เราเที่ยวจบ 5 วัน ส่งกลับไทยไป เราเองก็รอคนพิเศษมารับกลับบ้าน รับที่ภูฏานเลย บวกทริปพาเที่ยวให้อีก 6 วัน แต่ระหว่าง 2 วันที่รอพี่ชายคนดีมารับ เรายังได้เก็บที่เที่ยวอย่าง เซนโตคาซอง (ป้อมปราการแรกของเมือง) และ วัดชังกังคาลาคัง (วัดแรกของเมือง) อีกทั้งความประทับใจในการได้ไปเยือนวัดเชลุงเงลาคัง (น้ำอำมฤตศักดิ์สิทธิ มีชื่อเรื่องอายุยืนยาว) เดินเส้นทางธรรมชาติเหนือโดชูล่าพาสกว่า 4 ช.ม. ไปยังอารามสงฆ์ประจำหมู่บ้านระหว่างเมืองทิมพูและเมืองพูนาคา ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,600 เมตร มันเป็นอีกครั้งที่ได้พบน้องยักหรือจามรีขนปุกปุย จากที่เคยพบมาไถข้างรถครั้งหนึ่งเมื่อตอนขึ้นไปยังเชอเลล่าพาสและเมืองผบจิกะของเมืองวังดีโพรดัง เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา เส้นทางธรรมชาติวิวเมืองหลวงทิมพู ที่เริ่มเดินจากสถานีส่งสัญญาณแห่งแรกของภูฏาน ได้ร่วมพิธีกรรมในวัดกับชาวบ้านก่อนวันออกพรรษา ได้ขึ้นไปสักการะพระพุทธรูปและโบราณวัตถุเก่าแก่บนมหาวิทยาลัยสงฆ์ในวันออกพรรษา

ที่สำคัญ คือ ได้ขึ้นวัดทักซัง 2 ครั้ง (อย่าลืมสิ ว่าเพื่อนเราแยกมา 2 กลุ่ม เราพาเที่ยวจุดไฮไลต์ที่เป็นแลนด์มาร์กของภูฏาน และอีกหลายๆ แห่งที่ทัวร์อื่นไม่พาไป เพราะเราไปแบบ วีไอพี มีท่านลามะต้อนรับทุกวัด จิบชาร้อนๆ หลังนั่งสมาธิเสร็จ ได้ดูการแสดงหน้ากาก ทานของอร่อย แช่น้ำแร่จากหินร้อนแห่งเทือกเขาหิมาลายา ฯลฯ) เพื่อนชุดแรกว่าพีคแล้ว เพราะได้ไปเยือนสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไทยไปไม่ถึง แต่อีกครั้งที่ไปกับพี่ชายใจดี อาจารย์ ม.ลาดกระบัง มันดีงามมากกกกกกกกก (พิมพ์ ก. ไปล้านแปดตัว) คือ ทั้งการดูแล ทั้งสถานที่เที่ยว ทั้งสิทธิพิเศษต่างๆ ตลอดการเดินทางที่จัด ขออะไรได้เหนือความคาดหมายหมดเลย (พี่เค้าไม่รู้หรอก เพราะเพิ่งไปครั้งแรก) อันนี้ ไม่ได้อวยนะ แต่รออ่านจาก blog ที่จะเขียนก็ได้ ไปทัวร์ทั้งที ต้องมีความสุขแบบนี้

ทริปสี่

วันแรกที่ภูฏาน ทีมนี้ น่าร๊ากกกกกกกก เพราะเราคือผู้นำทัวร์ จ้า
ทาชิโชซอง เมืองทิมพู เดือนธันวาคม จะมืดเร็วหน่อย

ทริปสุดท้ายของปี 2018 ในเดือนธันวาคม ครั้งนี้เราได้รับจดหมายเชิญจากกรมการท่องเที่ยวภูฏาน ให้ร่วมเซอร์เวย์เส้นทางเที่ยวภูฏานใต้ เป็นเวลา 13 วัน ทริปนี้ เราชวนเพื่อนที่เรียนไกด์ไปด้วย ซึ่งมีพี่ๆ สนใจไปอีก 4 คน เราไปถามผู้ร่วมชะตากรรมเดินทางกับเราในครั้งนี้ เค้าบอกว่า “ทริปดีมาก มีความสุข และขอบคุณจริงๆ”

เราเริ่มจากพาเพื่อนๆ เที่ยวเมืองทิมพู เมืองหลวงของราชอาณาจักรภูฏาน วันแรกก็ถูกใจพี่ๆ ทุกคนแล้ว เห็นจากท่าทาง รอยยิ้ม และพากันไปซื้อชุดประจำชาติใส่ในช่วงเย็นของวันแรกที่เยือนภูฏาน “การไม่คาดหวัง จะไม่มีทางผิดหวัง เราจะมีความสุขกับทุกๆ สิ่ง” การเดินทางวันนี้ เราพบกลุ่มทัวร์จากเมืองไทยด้วย (ดีใจจัง..เพราะเราอยากให้คนไทยมาเที่ยวภูฏานเยอะๆ สำหรับเราพร้อมจะให้ข้อมูลเสมอ กินกำไรไม่เป็น อยู่กับปัจจุบันและความสุขจากสิ่งที่มีเนาะ) จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองทรองซา และได้ชมป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมถึงพระราชวังเก่าแก่ของกษัตริย์องค์ก่อน เราวิ่งผ่านเส้นทางการเดินทางที่แสนพิเศษและน่าประทับใจเหลือเกิน ทางที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา เจอนกเงือก นกหลายหลากพันธุ์ ข้างทาง แบบจอดรถลงไปถ่ายภาพด้วยได้เลย (เป็นดินแดนสวรรค์ของคนรักนก ชอบดูนกจริงๆ) ลิงตัวโตหางยาวใหญ่มี่เค้าเรียกว่า “โกลเด้นลังโก” น้ำตกควีน ซึ่งเป็นน้ำตกใหญ่ๆ น้ำใสไหลเย็น ตกลงมาแรงๆ ได้พักในสถานที่รับรองพิเศษของราชนิกูลภูฏาน และได้เดินป่าดูโป่งดินของสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนมนัส ภาคใต้ของภูฏาน พบอุนจิของน้องเสือโคร่งที่ทิ้งไว้เมื่อไม่นานมานี้ (ทำเสียงดังเข้าไว้ กลัวเสือ .. จริงๆ คือ เส้นทางลุยป่าหนักมาก เรากลัวหลง) เขตป่าสงวนนี้ เป็นป่าที่ต้องได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้น ขนาดคนภูฏานจะเข้าไปยังยากเลย จากนั้น รถเราวิ่งกลับจากใต้ขึ้นไปยังเมืองวังดีโพรดัง ซึ่งเส้นทางนี้ เราจะได้เห็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและกังหันลมใหญ่มาก พลังงานสะอาดจากภูฏานถูกส่งขายไปให้ประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศนี้

ครึ่งหลัง เรามีพี่สาวชาวไทยและแฟนชาวอังกฤษวัย 73 ขวบ ร่วมทริปไปกับเราด้วยอีก 6 วัน ก่อนเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกัน ช่วงที่พี่สาวและแฟนเค้าไปนั้นจะตรงกับเทศกาลประจำปีที่โดชูล่าพาส และ วันชาติภูฏาน พอดี มีการแสดงระบำหน้ากาก ระบำพื้นบ้าน และการได้สวมชุดสวยๆ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราไม่พลาดกัน ทริปนี้ ขอบคุณทีมไกด์ภูฏานเกือบ 10 ชีวิตและพี่ชายที่แสนดี ขอบพระคุณมากๆ แม้วันที่เราป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลที่ภูฏานก็คอยดูแลไม่ห่าง ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเค้กวันเกิดชินาม่อนอย่างดีในป่าใหญ่ที่อร่อยเสมือนร้านเบเกอรี่มาเอง ที่พักแสนสบายสไตล์ trekking และรีสอร์ตสุดหรู รวมถึงอาหารที่ทำเสมือนเราอยู่ในโรงแรม 5 ดาวทุกมื้อ (คือเชฟทำอาหารของทริปนี้ เคยทำงานในโรงแรม 4-5 ดาว ที่ไทยและภูฏาน) อาหารดีงาม ถูกปากทุกมื้อ และที่ขาดไม่ได้ คือ กัปตันขับรถ ขอบคุณที่พาเราเดินทางอย่างปลอดภัยและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ คนนั่งหน้า จะเสียวๆ หน่อย แต่จะไม่เมารถ ส่วนใหญ่หลับตลอดทาง

ป.ล. ขอบคุณเพื่อนๆ ร่วมทริปทุกๆ ท่าน ที่เปิดใจให้ประเทศภูฏาน ขอบคุณพรหมลิขิตที่ช่วยให้เรามาพบกัน และขอบพระคุณที่ช่วยบอกต่อเกี่ยวกับภูฏาน ดินแดนที่เราหลงรัก because I’m Bhutanism !

😊

ทัวร์ภูฏานครั้งหน้า ครั้งต่อไป ครั้งไหนๆ ชวนเราไปด้วยนะ

..พร้อมมาก ถึงมากที่สุด
ชุดนี้ ชาวภูฏานจะไว้ใส่ช่วงงานเทศกาล
ทอเอง ปักเอง เย็บเอง .. สาวภูฏานทำได้ทุกคน ที่ใส่อยู่นี้ก็ครึ่งแสนเอ๊ง

Pantip

error: Content is protected !!