เริ่มทำความรู้จักกับดินแดนเล็กๆ ของเทือกเขาหิมาลัย

รีวิว ภูฏาน ดินแดนแห่งความสุข (จะพยามเขียนให้สั้น กระชับที่สุด เผื่อว่าใครกำลังวางแผนเที่ยวประเทศนี้)

จากประสบการณ์เที่ยวภูฏาน 41 วันใน 1 ปี  น่าจะพอให้รายละเอียดอะไรได้บ้าง..ไม่มากก็น้อย  อยากให้คนไทยได้ไปเที่ยวประเทศนี้เยอะๆ

สำรวจภูฏาน :
ที่ตั้ง อาณาเขต เมืองที่จะไป ภาษาเขียนและภาษาพูด ภูมิอากาศช่วงที่จะเดินทาง สไตล์ของอาหารการกิน วัฒนธรรมท้องถิ่นเบื้องต้น

  • ภูฏาน ดินแดนเล็กๆ ในแนวเทือกเขาหิมาลัย ใต้ทิเบต เหนืออินเดีย ใกล้เนปาลและบังกลาเทศ
    • นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะเที่ยวทางภาคตะวันตก คือ เมืองพาโร-มีสนามบินนานาชาติ เมืองทิมพู-เมืองหลวงปัจจุบัน เมืองพูนาคา-เมืองหลวงเก่า เมืองฮา เมืองวังดีโพรดรัง
    • ทางภาคกลาง คือ เมืองกังเต-หมู่บ้านผบจิกะ-นกกระเรียนคอดำจากทิเบต เมืองทรองซา-ป้อมปราการระหว่างภูฏานตะวันตกและตะวันออก เมืองบุมตัง-เมืองแรกที่ศาสนาพุทธเข้ามา เป็นต้น
    • ทางภาคใต้ เป็นพื้นที่ป่าร้อนชื้นภูเขา คล้ายๆ กับภาคเหนือของไทย พืชพรรณไม้และสัตว์ต่างๆ ก็เหมือนกับบ้านเมืองเรา แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเขตป่าอนุรักษ์ที่รักษาไว้เป็นอย่างดี การจะเดินทางไปนั้น นักท่องเที่ยวต้องได้รับอนุญาติจากทางการภูฏานเป็นกรณีไป (คณะผู้นำทัวร์ของบริษัทฯ เรา ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสำรวจดินแดนทางใต้ของภูฏาน เมื่อวันที่ 6-13 ธันวาคม 2561 ซึ่งเราถือว่าเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่ได้สิทธิในการเข้าพื้นที่เขตสงวนนี้)
    • ทางภาคตะวันออก ยังเป็นเขตค่อนข้างห่างไกล คนภูฏานจะอาศัยในรูปแบบหมู่บ้านชาวเขากระจายตัวตามเขตพื้นที่ต่างๆ มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ โดยไม่ต้องชำระค่าทัวร์ขั้นต่ำตามที่รัฐบาลภูฏานกำหนดไว้ แต่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาลภูฏานเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
  • ภาษาที่ใช้ เรียกว่า ภาษาซองคา ส่วนมากจะใช้ในเมืองหลวง ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน เด็กน้อยพูดกันคล่องปาก และภาษาพื้นเมืองของแต่ละหมู่บ้าน
  • ภูมิอากาศ เป็นสภาพอากาศที่สบาย เย็น ถึงหนาวจัด เมื่อเทียบกับเมืองไทย ทางรัฐบาลกำหนดให้เดือนที่เหมาะสมเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อากาศสบาย อาจมีฝนพรำเล็กน้อยและอากาศเย็นในตอนกลางคืน หรือที่เรียกกันว่าช่วง high season คือ มีนาคม-พฤษภาคม และ กันยายน-พฤศจิกายน ส่วนนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ low season จะเป็น ธันวาคม-กุมภาพันธ์ และ มิถุนายน-สิงหาคม คือ อาจเจอฝนกระหน่ำ หินถล่ม หิมะลงหนา ทางพัง ทางปิดก็เป็นได้
  • สไตล์ของอาหารการกิน จะเป็นแนวทิเบตผสมอินเดียและจีน ปนๆ กัน อาหารนานาชาติก็มี อร่อยดี ราคาพอจ่ายได้ อาหารขึ้นชื่อ คือ เอมาดาชิ หรือ พริกสดและพริกแห้งผัดกับชีสใส่เกลือเล็กน้อย และที่แนะนำจะเป็นเมนูผัก เพราะพืชพรรณธัญาหารต่างๆ ของภูฏานปลูกแบบปลอดสารพิษ ไม่ใส่สารเคมีใดๆ
  • วัฒนธรรมท้องถิ่น คนภูฏานส่วนใหญ่นับถือพุทธแบบมหายาน นิกายวัชรยาน ประเพณีส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับศาสนา บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้ชี้ทางพุทธศาสนา ที่เค้าเรียกกันว่า กูรูริมพูเช เทศกาลมีทั้งปีตามวัดและป้อมปราการของเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งวันจะดูตามปฏิทินจันทรคติ คล้ายวันทางศาสนาของไทย

เตรียมจ่ายเงินจองทัวร์ กระเป๋า วีซ่า และพาสปอร์ต ไปภูฏาน :
เนื่องจากภูฏานเป็นประเทศที่ค่อนข้างเข้มงวดในการท่องเที่ยวในประเทศเค้า ดังนั้น จึงมีข้อกำหนดว่า นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์หรือเอเจนซี่ท่องเที่ยวท้องถิ่นที่จดทะเบียนที่ภูฏานเท่านั้น และนักท่องเที่ยวจะต้องชำระค่าทัวร์ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลภูฏานตั้งไว้

  • High season หรือช่วงน่าเที่ยว เดือน มีนาคม-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน-พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) ของทุกปี นักท่องเที่ยวจะต้องชำระค่าท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์มากกว่าคืนละ 250 เหรียญสหรัฐฯ
  • Low season หรือช่วงนักท่องที่ยวน้อย เดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) และ มิถุนายน-สิงหาคม (ฤดูร้อน) ของทุกปี นักท่องเที่ยวจะต้องชำระค่าท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์มากกว่าคืนละ 200 เหรียญสหรัฐ

ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวข้างต้น สำหรับจำนวนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากกว่า 3 คน เท่านั้น ในกรณีที่ไปคนเดียว หรือเป็นคู่ ก็จะต้องชำระเพิ่มตามอัตราที่เค้ากำหนดอีก ประมาณ 30-40 เหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัททัวร์ในประเทศไทย ส่วนมากจะกำหนดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเป็นกลุ่มมากกว่า 15 คน เพื่อที่จะให้ผู้นำทัวร์ของบริษัทฯ ติดตามไปด้วยได้ (ศึกษาเพิ่มเติมจาก ตรงนี้)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จ่ายไปย่อมไม่สูญเปล่า โดยทางบริษัททัวร์ภูฏานจำเป็นต้องเตรียมให้นักท่องเที่ยวได้นอนในที่พักขั้นต่ำ 3 ดาว และอาหารทุกมื้อ มีไกด์ท้องถิ่น รถและคนขับที่มีใบอนุญาต รวมถึงการจ่ายค่าบำรุงอย่างยั่งยืนแก่รัฐบาลภูฏาน หรือที่เค้าเรียกว่า SDF ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ

  • ค่าเครื่องบิน ภูฏานมีสายการบินประจำชาติของรัฐบาล คือ Royal Bhutan Airline หรือ เรียกสั้นๆ ว่าดรุ๊กแอร์ (Drukair) เค้าจะใช้สัญลักษณ์ธงประจำชาติเป็นรูปมังกร และสายการบินเอกชนประจำชาติ คือ บูตานแอร์ไลน์ (Bhutan Airline) ซึ่งอยู่ในเครือ Tashi Air มีสัญลักษณ์เป็นรูปปลา เอาเป็นว่า ทั้ง 2 สายการบินนี้ เป็นสายการบินที่บินตรงจากประเทศไทยสู่ประเทศภูฏาน เครื่องบินคล้ายกัน ที่นั่ง อาหาร การบริการ และทุกสิ่งอย่างพอๆ กัน มันขึ้นกับว่าช่วงเวลาที่เราจะไป สายการบินไหนพอจะมีที่นั่งว่างเหลืออยู่บ้าง บริษัทฯ ทัวร์จะช่วยจองให้เราตามที่มี ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับ จะอยู่ราวๆ 800-1,000 เหรียญสหรัฐฯ ประเภทที่นั่งมี 2 แบบ คือ ชั้นธรรมดา (economy) และ ชั้นธุรกิจ (business) ซึ่งกระเป๋าเดินทางก็จะจำกัดให้โหลดใต้ท้องเครื่องได้ไม่เกิน 30 กิโลกรัมสำหรับที่นั่งชั้นธรรมดา โดยไม่จำกัดจำนวนกระเป๋าเดินทาง (ถ้าขนไปเยอะๆ ใบโตๆ อาจจะโดนขอตรวจสอบและยึดสิ่งของได้)

ภูฏานประเทศที่ไม่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ที่นั่งบนสายการบินต่อวันมีจำกัด

ในความเป็นจริง นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก จองทริปไปเที่ยวภูฏานล่วงหน้ามากกว่าครึ่งปี

ย้ำอีกครั้ง การจะเข้าประเทศภูฏานได้ ต้องมีผู้เชิญเข้าประเทศ โดยทำเรื่องผ่านบริษัทฯ ทัวร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องชำระค่าท่องเที่ยวทั้งหมดให้ทางภูฏาน อันได้แก่ ค่าทัวร์ (ตามช่วงเดือน ข้างต้น) และ ค่าตั๋วเครื่องบิน (ยืนยันและชำระค่าตั๋วก่อนเดินทางประมาณ 45 วัน) เพื่อที่เค้าจะสามารถนำเงินไปยืนยันกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อออกวีซ่าให้เราได้

วีซ่าภูฏาน สำคัญมาก เพราะการเช็คอินที่เคาท์เตอร์สนามบินนั้น เค้าจะขอพาสปอร์ตและอีวีซ่าที่ทางรัฐบาลภูฏานออกให้ มิฉะนั้น เราจะไม่ได้รับอนุญาตให้บินเข้าประเทศภูฏานเด็ดขาด ซึ่งหากเราไปกับบริษัทฯ ทัวร์ไทยที่มีไกด์หรือผู้นำทัวร์คนไทยตามไปด้วย ก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะเค้าจะพิมพ์และนำไปแสดงหน้าเคาท์เตอร์เช็คอินกับกรุ๊ปเราอยู่แล้ว ใบนั้นก็จะมีข้อความรายชื่อนักท่องเที่ยวและผู้นำทัวร์ รายละเอียดพาสปอร์ต รวมถึงโรงแรมและเขตพื้นที่ที่เราจะไปเที่ยวตามวันที่ขอไว้ก่อนหน้านี้

ที่สำคัญ อย่าลืมเช็คพาสปอร์ตของท่านว่ามีอายุคงเหลือ ก่อนถึงวันหมดอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทางออกนอกประเทศ อันนี้เป็นอีกข้อที่สำคัญมาก เพราะจะไม่ผ่าน passport control ก่อนออกจากไทย

สรุป คือ ภูฏาน ประเทศที่เห็นเราเป็นคนพิเศษ เป็นนักท่องเที่ยวชั้นดี

เปิดรับทุกท่าน หากท่านสามารถจ่ายได้ แต่พอไปถึงประเทศเค้าแล้ว จะบอกว่า ดีมากจริงๆ บำบัดปอดในประเทศที่มีค่าคาร์บอนไดฯ ติดลบ วิถีชนบท คนเป็นมิตร น่ารัก สะอาดและปลอดภัย

การเดินทางในภูฏาน :
ภูฏานดินแดนในหุบเขา เนื่องจากนักท่องเที่ยวเดินทางไปกับบริษัททัวร์ของประเทศภูฏาน มีไกด์และคนขับรถท้องถิ่น

ขนาดของรถจะขึ้นกับจำนวนคนและปริมาณสัมภาระที่เราพกไป ไม่เกิน 4 คนจะเป็นรถเก๋งหรือ HUV แต่ถ้า 5-7 คน อาจเป็นรถตู้ ถ้ามากกว่านั้นจะเริ่มเป็นมินิบัส นั่งได้ประมาณ 25 คน ถ้าไปเยอะกว่านั้น ก็จะแยกเป็นหลายๆ คันแบบขบวนรถคาราวาน

รถที่นี่มีทั้งแอร์และฮีทเตอร์ในตัว แต่ส่วนใหญ่จะเปิดกระจกรับลมธรรมชาติ ซึ่งอากาศดีจริงๆ เรื่องการขับรถสำหรับกัปตันคนขับรถที่มีใบขับขี่ของภูฏานแล้วนั้น มั่นใจได้ว่าค่อนข้างปลอดภัย เพราะกว่าจะสอบได้บัตรมานั้น ต้องผ่านการเรียนและทดสอยที่เข้มงวดมาก (รถเกียร์ธรรมดา) รวมถึงการจำกัดความเร็วที่ไม่เกิน 40-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น อุบัติเหตุในภูฏานบนถนนหนทางไม่ค่อยเกิดจากการชนรถ แต่จะเป็นไถลตกเขามากกว่า จึงไม่ได้ระบุกฏว่าต้องคาดเข็มขัดนิรัดภัยขณะนั่งรถ

สภาพถนน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายหลักที่วิ่งระหว่างเมือง พาโร ทิมพู พูนาคา ค่อนข้างดี เพราะมีถนนเป็นถนนคอนกรีตเลนเดียวแบบสวนเลน เลาะไปตามไหล่เขา ขึ้นลง เลาะไปมา นึกถึงทางไปตาก แม่ฮ่องสอน ขึ้นดอยต่างๆ ประมาณนั้นเลย แต่ทางเข้าที่พัก สถานที่เที่ยว หรือพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยนิยมไปมากนัก ก็จะเป็นถนนดินแดง ฝุ่นฟุ้ง หลุมเยอะ ก็คิดว่าไปบริหารการย่อย พุงกระเพื่อม ซึ่งขอแนะนำสำหรับท่านที่เคยเมารถ เราขอแนะนำให้พกยาแก้เมารถทานก่อนรถออก หลับยาวถึงที่เที่ยวต่อไป จะสบายกว่า

จงจำไว้ว่า ที่นี่ภูฏาน มีน้องวัว น้องม้า น้องลา นุ้งหมา นุ้งแมว เดินกันอย่างอิสระบนถนน จนรถต้องเป็นฝ่ายหลบ

เตรียมเงินไปช๊อปปิ้งที่ภูฏาน :
ภูฏานใช้เงินสกุล งูลตรัม (ngultrum) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ เงินสกุล รูปี ของประเทศอินเดีย แปลงคร่าวๆ คือ 2 งูลตรัม เท่ากับ 1 บาท สามารถแลกเงินดอลล่าห์สหรัฐจากไทยแล้วไปแลกเงินสกุล งูลตรัม เพื่อใช้จ่ายในประเทศภูฏานได้อย่างสะดวกสบาย

การแลกเงินสามารถแลกได้ที่สนามบินและธนาคาร แนะนำให้แลกติดตัวไปบ้าง เพื่อใช้ในการเข้าห้องน้ำสาธารณะ (10-20 งูลตรัม/ครั้ง) ซื้อของกินเล่นระหว่างทางพวกข้าวโพดปิ้ง วอลนัท ฝรั่ง สาลี่ หรือแม้แต่การให้ทานบริจาคเงินภายในอารามต่างๆ อีกทั้ง เราสามารถซื้อลิปปาล์มหิมาลายาได้ในราคาเดียวกับอินเดีย ของดี ของแท้ รวมถึง ถังเช่าแท้ๆ จากเขาหิมาลัย ตัวเล็กถูกหน่อย ตัวโตแพงหน่อย

ความประทับใจ ที่ทำให้ชอบไปภูฏาน :
ความเห็นส่วนตัว

บริษัทฯ ทัวร์ดูแลดีมาก ไกด์ก็น่ารัก ประทับใจตั้งแต่ทริปแรกจนตอนนี้ เที่ยว 4 รอบแล้ว ไปแบบสวยๆ เดินเที่ยวชิลๆ อาหารบุฟเฟต์ทุกมื้อ เน็ทแรง (ยกเว้นช่วงเดินทาง) ใส่ชุดประจำชาติภูฏานทุกวัน อากาศดีงามที่สุด วัดเงียบสงบ วิถีสโลไลฟ์ ผู้คนใจดี ช่วยเราทุกอย่างเลย ขอแค่เราเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารัก เชื่อฟังคำแนะนำของไกด์ท้องถิ่นและผู้นำเที่ยวจากไทย รวมถึงการทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี คนไทย ยิ้มง่าย คิดบวก ได้ไปดินแดนแห่งความสุขแล้ว ต้องมีความสุขในทุกขณะ

สิ่งที่ต้องบอกต่อ :
ก่อนเที่ยวภูฏาน

ในอารามไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ ควรไปฝึกยิงธนู (กีฬาประจำชาติ) หรือ ไปเยี่ยมสัตว์ประจำชาติภูฏานอย่างเจ้า ทาคิน (Takin) เพราะมิฉะนั้นตารางทัวร์จะมีแต่เข้าวัด ลองไปชมเทศกาลตามวัดต่างๆ ในประเทศภูฏาน ซึ่งจะมีการแสดงระบำหน้ากาก และการเต้นรำพื้นบ้าน อย่าลืมชิมเหล้า ไวน์ นมและชีส แอปเปิล สาลี่ อโวคาโด วอลนัท และอาหารมังสวิรัสอร่อยดี

พิชิตวัดทักซัก 4 ครั้ง ใน 1 ปี
ขอบคุณพรหมลิขิต โชคชะตา ความมุ่งมั่ง ความดี และมิตรภาพ ที่ทำให้ฉันได้เยือนภูฏานอีกครั้ง

error: Content is protected !!